|
ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ข่าวจากบีบีซี
ลอนดอนได้เผยถึงผลการศึกษาของกลุ่มนักวิจัยอังกฤษ
ที่ทำการศึกษาถึงผลของการกินนมแม่ตั้งแต่วัยทารก
ว่าจะมีผลดีต่อการลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ในตอนโตเป็นผู้ใหญ่
และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เห็นว่าน่าสนใจดีจึงนำมาฝากกัน
ทีมวิจัยจากวิทยาลัยแพทย์เซนต์จอร์จ ในกรุงลอนดอนได้ศึกษาเปรียบเทียบ ทารก เด็ก
วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ที่เคยได้รับการเลี้ยงด้วยนมแม่กับคนที่ได้รับนมผง
ผลปรากฎว่า การกินนมแม่ ให้ผลต่อระดับโคเลสเตอรอลที่แตกต่างกัน ในช่วงอายุต่าง
ๆ โดยในวัยทารก คนที่กินนมแม่พบว่า มีระดับโคเลสเตอรอลค่อนข้างสูง
แต่พอถึงวัยผู้ใหญ ่กลับปรากฏว่า
มีโคเลสเตอรอลระดับต่ำกว่าคนที่ถูกเลี้ยงด้วยนมผง ดร.คริสโตเฟอร์ โอเวน
ผู้วิจัยได้ให้ข้อคิดเห็นว่า
การเลี้ยงด้วยนมแม่น่าจะมีผลต่อระดับโคเลสเตอรอลในเลือดในระยะยาว
โดยอาจจะมีผลช่วยพัฒนาระบบการเผาผลาญไขมันของคน ๆ นั้น ในช่วงชีวิตต่อมา
ผลจากการวิจัยนี้น่าจะทำให้เกิดการถกเถียงต่อมาว่า
แล้วจะผลิตนมผงให้มีส่วนประกอบอย่างไร?
จึงมีคุณค่าเทียบเท่านมแม่ รวมทั้งมีผู้ชี้แนะว่า
น่าจะมีการศึกษาวิจัยกันต่อว่าอะไรที่ทำให้นมแม่กับนมผงแตกต่างกันในกรณีนี้
และมันสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ภาวะโภชนาการ ความอ้วน
และการขาดออกกำลังกาย อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างไร?
นอกจากนี้ยังมีอีกงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปีกลาย โดยสถาบันสุขภาพเด็ก
รพ.เกรทออร์มอนด์ สตรีท กรุงลอนดอน พบว่าผู้ใหญ่ที่ได้รับนมแม่ตั้งแต่วัยทารก
มีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับระดับความดันเลือดสูงในเวลาต่อมาค่อนข้างน้อย
อย่างไรก็ตามการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวารสารกุมารแพทย์พบว่า
เด็กทารกที่กินนมแม่ติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน
อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะมีผลต่อการแข็งตัวของเส้นเลือดแดง
อ่านไปอ่านมาสรุปตรงนี้ไดว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นดีแน่ ๆ
ทั้งช่วยเป็นภูมิคุ้มกันโรคให้กับลูกตั้งแต่เด็กไปจนโตแล้ว
ยังได้ถ่ายทอดสัมพันธ์ละมุนละไมระหว่างแม่กับลูกด้วย
แต่ก็ไม่ควรให้ในระยะยาวจนเกินไป ระยะเวลาตั้งแต่แรกเกิด -
1
ปี
เป็นระยะเวลากำลังดีค่ะ |